องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศให้ ปี ค.ศ.๒๐๑๑-๒๐๒๐ เป็นศตวรรษการปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยหลักการดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการนี้โดยจะเห็นได้จาก อบต. หรือเทศบาลบางหลายแห่งได้จัดทำ โครงการเมาไม่ขับ ลดอุบัติเหตุทางการจราจรโดยมาีการตั้งด่านตรวจตรา กวจขัน การดื่มแอลกอฮอล์ แล้วขับขี่ยานพาหนะ โดยมีการให้คนใช้ยานพาหนะทดสอบโดยให้ เป่า เครื่องเป่าแอลกอฮอล์ เพื่อตรวจเช็คว่ามีอาการเมาสุราหรือไม่
จาก สถิติอุบัติเหตุจากการจราจร เดือน กรกฎาคม 2554 พบว่า ความเสียหายที่เกิดจากบุคคล (เสียชีวิต) ชาย=318 คน หญิง 86 คน มูลค่าความเสียหายทั้งหมดอยู่ที่ 22,872,334 บาท (ข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) และสาเหตุหลักๆ คือการเมาแล้วขับ นั่นเอง
เพิ่มเติมข้อมูลปริมาณ แอลกอฮอล์ในร่างกาย
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 30 mg% จะมีอาการสนุกสนานร่าเริง
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 50 mg% จะทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 100 mg% จะเมาเดินไม่ตรงทาง
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 200 mg% จะเกิดอาการสับสน
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 300 mg% จะเกิดอาการง่วงซึม
- ถ้ามี แอลกอฮอล์ในร่างกาย 400 mg% จะเกิดอาการสลบอาจถึงตาย
ในประเทศไทย ได้กำหนดมาตรการในการตรวจจับผู้ขับขี่ที่เมาสุรา โดยถือเอา ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ทีเกิน 50 mg% เป็นผู้ขับขี่ที่เมาสุรา และมีความผิดตามกฎหมายที่กำหนดไว้
โทษผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 160 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535)